นักโภชนาการเตือนภัย! 5 อันดับเรื่องน่ารู้ของเครื่องในหมูต้องห้าม ยิ่งกิน ยิ่งอันตราย

Posted on 25-10-2018.

(Blogtamsu Thailand)-คำเตือน! หยุดกินซะ 5 เครื่องในหมูทำร้ายต่อร่างกาย อีกทั้งทำให้คนเสียชีวิตมาแล้ว

วันนี้ทีางานพวกเขาขอนำเสนอ เรื่องน่ารู้ของอาหารที่คนส่วนใหญ่ชอบทานมาฝากกันคะ นั้นก็คือเครื่องในหมูนั้นเอง ว่าแต่ละส่วนมีประโยชน์และโทษต่อร่างกายอย่างไร ใน 5 อันดับเรื่องน่ารู้ของเครื่องในหมู ไปดูกันเลยคะ

1. หลู้หมูดิบ

คนไทยจำนวนมากนิยมกินอาหารที่ปรุงดิบ ๆ สุก ๆ ซึ่งมีมากมายหลายชนิด ที่เป็นอาหารพื้นถิ่นก็มาก ถ้าจะเขียนชื่อให้หมดก็คงเต็มหน้ากระดาษ อาหารจำพวกนี้ต้องยังไม่สุกทีเดียวจึงจะอร่อย ถ้าทำให้สุกกล่าวว่าเสียรส

ไม่กี่วันก่อน พิษภัยของการรับประทานอาหาร สุกๆ ดิบๆ ตกเป็นข่าวให้สังคมรับรู้อีกครั้ง เมื่อสองหนุ่มชาวสุโขทัย รับประทาน “หลู้หมูดิบ” จนเกิดอาการ ท้องเสีย เวียนหัว ลุกเดินไม่ไหว ก่อนท้ายที่สุดจะมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดขั้นรุนแรงลามขึ้นสมองและได้เสียชีวิตลง

เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำให้ผู้บริโภคเห็นอีกครั้งว่า การรับประทานอาหารดิบนั้นมีอันตรายต่อร่างกาย แต่ทว่ายังมีผู้บริโภคไม่น้อยที่ยังรับประทานอาหารเหล่านี้อยู่ด้วยความเชื่อที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ หลายคนเชื่อว่า “กินกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมยุคนี้ถึงมีคนบอกว่าอันตราย”

แต่แท้จริงหลู้หมูดิบมีสารพิษหลายชนิดและเสี่ยงติดเชื้อ ในขั้นรุนเเรง หากเชื้อเข้าปลายระบบประสาทตา จะทำให้ม่านตาอักเสบ ลูกตาฝ่อ หรือตาบอด และหากติดเชื้อในกระแสเลือด อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนั้น ลาบและก้อยดิบ ยังเสี่ยงที่จะได้รับ พยาธิตัวตืดและพยาธิทริคิโนซีส ที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อสัตว์ด้วย หากพยาธิไชขึ้นสมอง จะทำให้สมองอักเสบ หากไชเข้าปอดทำให้ปอดอักเสบมีอาการรุนแรงถึงตาย

2. ตับหมู

ตับหมูหนึ่งในอาหารยอดนิยมที่สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นตับหมูทอดกระเทียม ตับหวาน หรือจะเอามาผัดกับดอกกุยช่ายก็สุดแสนอร่อย ตับหมูมีธาตุเหล็กและวิตามิน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 2 และ วิตามินบี 3 ที่สามารถช่วยบำรุงสุขภาพผิวได้เป็นอย่างดี

แต่ในตับหมูมีปริมาณคอเลสเตอรอลในปริมาณที่สูงเป็นอย่างมากหากบริโภคเป็นระยะเวลานานหรือในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะส่งผลเสียทำให้หลอดเลือดเกิดการแข็งตัว และเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการทำงานของวงจรเส้นเลือดก็จะมีปัญหา เส้นเลือดสมองมีโอกาสที่จะเกิดการตีบตัน ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเป็น อัมพฤกษ์หรืออัมพาตและหากใครที่มักจะเกิดอาการปวดหัวข้างเดียวอยู่เป็นประจำ

3. ปอดหมู

มีคุณประโยชน์ช่วยขจัดโรคในปอดได้หลายอย่าง ตลอดจนช่วยในเรื่องการขับถ่ายที่มีเลือดปน เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน วัณโรคที่ปอด กระเพาะเป็นแผลมีเลือดออก แต่ปอดหมูเป็นที่รวบรวมฝุ่นและแบคทีเรีย จึงเมื่อกินปอดหมูเราจะเติมฝุ่นและโลหะหนักเข้าตัว นอกเหนือจากถ้ากินปอดหมูเยอะเกินปริมาณ เพราะจะเป็นการเพิ่มไขมันโดยไม่รู้ตัว

4. ลำไส้หมู

ลำไส้หมูเป็นอาหารที่ชื่นชอบของหลายคนเพราะรสชาติอร่อย บำรุงร่างกาย ให้โปรตีนดีเยี่ยม แต่ลำไส้หมูก็เป็นอาหารที่อันตะรายต่อสุขภาพ เพราะอาจเชื้อโรคพวกแบคทีเรียที่มองไม่เห็น เช่นStreptococcus Suis (ไข้หูดับ) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus Suis เป็นเชื้อที่อยู่ในโพรงจมูกและต่อมน้ำลายของหมู เชื้อดังกล่าวพบในหมูทั่วไปจนกลายเป็นเชื้อประจำถิ่น เมื่อหมูอยู่ในภาวะเครียด เช่น อยู่ในที่แออัด อากาศชื้นหรือหนาว จากฝนตกหนัก ภูมิคุ้มกันของหมูจะลดลง

การกินลำไส้หมูที่มีตัวอ่อนพยาธิตัวนี้เข้าไปจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง จากนั้นราว 1 สัปดาห์จะมีอาการไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง เนื่องจากพยาธิกระจายไปตามอวัยวะต่างๆทำให้เสียชีวิตได้

5. สมองหมู

สมองหมู มีคุณประโยชน์สามารถบำรุงพลังสมอง ที่เสื่อมโทรมในผู้สูงอายุได้ สำหรับในเด็กสามารถเพิ่มพูนสติปัญญา สำหรับผู้ที่ใช้สมองมากเกินไป มีอาการเวียนศีรษะ ควรหาสมองหมูมาบำรุงสมอง แต่คนที่มีโรคความดันโลหิตสูง หรือคลอเลสเตอรอลสูง ไม่ควรรับประทานเด็ดขาด

N.A/Source: webtretho.com